<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[เที่ยววิถีไทย]]></title>
<link>https://sakaeo.prd.go.th/th/content/category/index/id/391</link>
<atom:link href="https://sakaeo.prd.go.th/th/content/category/index/id/391" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[อ่างเก็บน้ำพระปรง]]></title>
<link>https://sakaeo.prd.go.th/th/content/category/detail/id/391/iid/99258</link>
<guid isPermaLink="false">6e197bcdb1f27f5dd143dfdcdb47e82c</guid>
<pubDate>Mon, 06 Jun 2022 11:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;">อ่างเก็บน้ำพระปรง</p>

<p><strong>พระราชดำริ&nbsp;</strong></p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เมื่อวันที่&nbsp; 31&nbsp; มกราคม&nbsp; 2521&nbsp; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริเกี่ยวกับการวางโครงการพัฒนาต้นน้ำปราจีนบุรี โดยมีพระราชดำริเกี่ยวกับการวางโครงการพัฒนาต้นน้ำปราจีนบุรีโดยพระราชดำริเกี่ยวกับอ่างเก็บน้ำพระปรง&nbsp; ดังนี้</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &quot;ควรพิจารณาสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำห้วยพระปรงโดยเร่งด่วนที่สุด&nbsp; ทั้งนี้ควรพิจารณาเก็บกักน้ำอย่างเต็มที่เพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎรสองฝั่งห้วยพระปรง ในเขตอำเภอวัฒนานคร จังหวัดปราจีนบุรี (จังหวัดสระแก้วในปัจจุบัน)&nbsp; สามารถทำการเพาะปลูกได้ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง และมีน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคตลอดปี&quot;</p>

<p>อ่างเก็บน้ำพระปรงเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัดสระแก้ว มีความจุมากถึง 97 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในจังหวัดสระแก้ว สร้างขึ้น เพื่อช่วยกั้นต้นน้ำ ห้วยพระปรงซึ่งเป็นลำน้ำที่ไหลลงมาจากอุทยานแห่งชาติปางสีดา&nbsp; ทั้งนี้ด้วยสภาพป่าที่สมบูรณ์อ่างเก็บน้ำพระปรง จึงกลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยพันธุ์ปลานานาชนิด ชาวบ้านหลังจากว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา ก็มาหารายได้เสริมด้วยการจับปลาขาย เสน่ห์ของอ่างเก็บน้ำพระปรงอยู่ที่การนั่งเรือล่องแพชมทิวทัศน์ธรรมชาติ ตกปลา ดูนกป่า นกทุ่ง นกน้ำนานาชนิด โดยเฉพาะนกน้ำขนาดใหญ่ที่หายากใกล้สูญพันธุ์ อย่าง &ldquo;นกอ้ายงั่ว หรือนกงู&rdquo; มีรายงานการพบนกชนิดนี้มากถึง 70 - 100 ตัว ถือเป็นแหล่งหากินของนกงู ที่ใหญ่ที่สุดของไทย</p>

<p><strong>การเดินทาง มี 3 เส้นทาง</strong>&nbsp;จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 305 สายรังสิต-นครนายก หรือ &nbsp;ใช้ทางหลวงหมายเลข 33 สายสระบุรี-นครนายก-ปราจีนบุรี-สระแก้ว หรือ ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 สายกรุงเทพ-ฉะเชิงเทรา-อำเภอพนมสารคาม ผ่านศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวขวาใช้ทางหลวงหมายเลข 359 ทั้งสามเส้นทางจะมาถึงสี่แยกวัฒนานคร จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามหลวงหมายเลข 3198 อีก 35 กิโลเมตร</p>

<p>ที่ตั้ง&nbsp;: ตำบลช่องกุ่ม อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sakaeo.prd.go.th/th/file/get/file/202206064ee9362fd8f457775d444461cb32c800115015.png' type='image/png' length='309709' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[อุทยานแห่งชาติปางสีดา]]></title>
<link>https://sakaeo.prd.go.th/th/content/category/detail/id/391/iid/99256</link>
<guid isPermaLink="false">047a59cced4260ff8457b5a83c34fe6d</guid>
<pubDate>Mon, 06 Jun 2022 11:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;">อุทยานแห่งชาติปางสีดา</p>

<p>สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ปกคลุมไปด้วยผืนป่า ทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ซึ่งเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าหายากและนกกว่า 300 ชนิด จึงเหมาะแก่การมาศึกษาเรื่องสัตว์ป่าเป็นอย่างยิ่ง ภายในเขตอุทยานฯ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่มากมาย เช่น น้ำตกปางสีดาเป็นน้ำตกที่ทิ้งตัวจากหน้าผาสูง 8 เมตร น้ำตกผาตะเคียนอยู่ห่างจากน้ำตกปางสีดา ประมาณ 2.5 กิโลเมตร ลักษณะเป็นหน้าผาสูง 20 เมตร ในช่วงฤดูฝนสายน้ำจะไหลทิ้งตัวลดหลั่นเป็นชั้น ๆ ดูสวยงามมาก ทุ่งหญ้าบุตาปอด เป็นทุ่งหญ้าที่มีสัตว์ป่าจำนวนมากเข้ามาอาศัยหากินเหมาะสำหรับศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ป่า จุดชมวิวลักษณะเป็นหุบเขากว้างมีทิวทัศน์ที่สวยงามสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้เป็นอย่างดี น้ำตกแควมะค่าตั้งอยู่ลึกจึงเหมาะสำหรับผู้ที่รักการเดินป่า และบริเวณใกล้เคียงมีน้ำตกรากไทรน้อยด้วย</p>

<p>เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดาจัดขึ้นทุกปีในช่วงต้นเดือนมิถุนายน - เดือนกรกฎาคม&nbsp;&nbsp;โดยมีกิจกรรมต่างๆ มากมายเช่น การประกวดหุ่นผีเสื้อ&nbsp;และขบวนแห่หุ่น&nbsp;ผีเสื้อ &nbsp;กิจกรรมทำโป่งเทียมให้ผีเสื้อ&nbsp;เรียนรู้ร่วมกันกับกิจกรรมดูผีเสื้อและแนะนำการถ่ายภาพผีเสื้อจากนักดูผีเสื้อและนักถ่ายภาพ&nbsp;ชมนิทรรศการภาพ ถ่ายผีเสื้อ&nbsp;รวมทั้งพาดูผีเสื้อตามจุดต่าง&nbsp;ๆ ของอุทยาน&nbsp;ฯอย่างใกล้ชิดและถูกต้องพร้อมคำแนะนำเกี่ยวกับสายพันธุ์&nbsp;ผีเสื้อที่มีอยู่กว่า350&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;นำนักท่องเที่ยวที่ได้แวะมาเยือนผืนป่าปางสีดาได้เดินศึกษาธรรมชาติ&nbsp;และชมผีเสื้อนานาพันธุ์ ตามเส้นทางดูผีเสื้อ&nbsp;การชมผีเสื้อควรเริ่มต้นตั้งแต่ เช้าช่วงเวลาประมาณ&nbsp;09.00&nbsp;น. แสงแดดอ่อนๆ&nbsp;ยามเช้า โดยจุดชมผีเสื้อปางสีดามีดังนี้</p>

<p><strong>จุดแรก คือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว</strong>&nbsp;สามารถพบเห็นตั้งแต่บริเวณลานกางเต็นท์&nbsp;และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยจะพบผีเสื้อวงศ์บินเร็วตั้งแต่เช้าในฤดูฝนจะพบผีเสื้อสกุลบารอนหลายชนิดลงกินผลไม้สุกใต้ต้นมะม่วงในเดือนเมษายนจะพบดักแด้ผีเสื้อหนอนคูนจำนวนนับหมื่นในบริเวณรอบ&nbsp;ๆ ศูนย์บริการ</p>

<p><strong>จุดที่สอง</strong>&nbsp;บริเวณน้ำตกปางสีดา&nbsp;หากฉีดน้ำทิ้งสักพัก&nbsp;จะเห็นผีเสื้อลงมากินเกลือแร่หากเดินตามน้ำตกจะพบกับผีเสื้อ&nbsp;นานาชนิด&nbsp;โดยเฉพาะวงศ์ผีเสื้อหางติ่ง และผีเสื้อ หนอนกระหล่ำ</p>

<p><strong>จุดที่สาม</strong><strong>&nbsp;</strong><strong>บริเวณน้ำตกลานหินดาด</strong><strong>&nbsp;</strong>&nbsp;เริ่มต้นจากกิโลเมตรที่&nbsp;6&nbsp;โดยเดินผ่านทุ่งกระทิงสองข้างทางจะพบกับผีเสื้อสกุลผีเสื้อป่านานาพันธุ์&nbsp;เช่น กาหลิบแดง พระเสาร์ใหญ่และที่ปลายทางจะ พบกับ &ldquo; น้ำตกลานหินดาด&nbsp;&rdquo;&nbsp;และชม &ldquo; กล้วยไม้ป่า &rdquo; ดอกไม้งาม</p>

<p><strong>ช่วงหน้าฝน</strong>&nbsp;จุดที่สี่&nbsp;ห้วยน้ำเย็น เป็นที่ตั้งของหน่วย ปด.5&nbsp;อากาศเย็นสบายตลอดปี&nbsp;หากเดินไปตามลำห้วยจะพบกับ&nbsp;ผีเสื้อที่หายากหลายชนิด เช่น ผีเสื้อลายซิกแซก&nbsp;ฟ้าเฟลเดอร์ตาแมวม่วง</p>

<p><strong>จุดสุดท้าย แหล่งน้ำซับ</strong><strong>&nbsp;</strong><strong>กม.</strong><strong>26&nbsp;</strong>&nbsp;เริ่มต้นจากชุดวิว กม.25&nbsp;ชมความเขียวขจีของผืนป่าตะวันออก&nbsp;และเป็นป่าต้นน้ำ ของแม่น้ำบางปะกง เดินเท้าต่อไปอีกประมาณ&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตรเศษจะพบ แหล่งน้ำซับอยู่กลางถนน ซึ่งผีเสื้อจะพากันมากินโป่ง&nbsp;สองฟากฝั่งเต็มไปด้วยผีเสื้อวงศ์บินเร็ว</p>

<p><strong>น้ำตกปางสีดา</strong><strong>&nbsp;</strong>&nbsp;อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน ฯ ประมาณ&nbsp;800&nbsp;เมตร&nbsp;เป็นน้ำตกที่ทิ้งตัวจากหน้าผาสูง&nbsp;8&nbsp;เมตร เบื้องล่างเป็นแอ่งน้ำกว้างใหญ่&nbsp;บรรยากาศร่มรื่นและจะมีน้ำ มากในช่วงฤดูฝน</p>

<p><strong>จุดชมวิว กม.</strong><strong>25&nbsp;</strong>&nbsp;ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ&nbsp;25&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ลักษณะเป็นหุบเขากว้างทิวทัศน์สวยงาม เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็น</p>

<p><strong>น้ำตกผาตะเคียน</strong>&nbsp; อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน ฯ ประมาณ&nbsp;3&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ห่างจากน้ำตกปางสีดา&nbsp;ประมาณ&nbsp;2.5&nbsp;กิโลเมตร ตลอดเส้นทางขึ้นสู่น้ำตกร่มรื่นด้วยแมกไม้หนาทึบ&nbsp;เป็นน้ำตกชั้นสุดท้าย ที่อยู่ในสายเดียวกับน้ำตก ปางสีดา&nbsp;มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงประมาณ&nbsp;20&nbsp;เมตร หน้าฝนน้ำตกจะไหล&nbsp;ทิ้งตัวลดหลั่นเป็นชั้น&nbsp;ๆ สวยงามมาก เหมาะสำหรับเดินศึกษาธรรมชาติ</p>

<p><strong>กลุ่มน้ำตกแควมะค่า</strong><strong>&nbsp;</strong>&nbsp;จากที่ทำการอุทยาน ฯ ถึงหลักกิโลเมตรที่&nbsp;40&nbsp;ให้เดินเท้าต่ออีกประมาณ&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร ตัวน้ำตกทิ้งตัวจากหน้าผาสูงประมาณ&nbsp;70&nbsp;เมตร เหมาะสำหรับ&nbsp;เดินป่าและสามารถกางเต็นท์ได้ ใกล้ ๆ กันยังมี&nbsp;น้ำตกรากไทรย้อย&nbsp;ห่างจากน้ำตกแควมะค่าประมาณ&nbsp;500&nbsp;เมตร</p>

<p><strong>น้ำตกลานหินใหญ่</strong>&nbsp;ห่างจากน้ำตกแควมะค่าประมาณ&nbsp;1.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;น้ำตกสวนมั่น&nbsp;สวนทอง&nbsp;ห่างจากน้ำตกแควมะค่าประมาณ&nbsp;3&nbsp;กิโลเมตรและน้ำตกม่านธารา&nbsp;ห่างจากน้ำตก&nbsp;แควมะค่าประมาณ&nbsp;4&nbsp;กิโลเมตร กลุ่มน้ำตกแห่งนี้&nbsp;ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;วัน&nbsp;เนื่องจากเป็นกลุ่มน้ำตกที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า</p>

<p><strong>น้ำตกถ้ำค้างคาว</strong>&nbsp;จากที่ทำการอุทยาน ฯ ถึงหลักกิโลเมตรที่&nbsp;22ให้เดินเท้าต่อไปอีกประมาณ&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร บริเวณน้ำตกมีค้างคาวอาศัยอยู่ในถ้ำมากมาย</p>

<p><strong>ทุ่งหญ้าบุตาปอด</strong>&nbsp; เป็นทุ่งหญ้ากว้างลักษณะคล้ายกับทุ่งหญ้ามอสิงโตในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นหมู่บ้านเก่า ต่อมาเมื่อมีการอพยพชาวบ้าน ออกไป&nbsp;จึงกลายเป็นทุ่งหญ้ารกร้าง และมีสัตว์ป่าเข้ามาอาศัยหากินจำนวนมาก&nbsp;ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดทำหอดูสัตว์ไว้ด้วย มีทางเดินเข้าไปได้&nbsp;2&nbsp;ทาง&nbsp;จากถนนภายในอุทยานแห่งชาติตรงกิโลเมตรที่&nbsp;3.5&nbsp;และกิโลเมตรที่&nbsp;6&nbsp;ทั้งสองทางใช้ระยะทางเท่ากัน คือ&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จึงจะถึงทุ่งหญ้าบุตาปอด&nbsp;นักท่องเที่ยวที่สนใจควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางล่วงหน้า&nbsp;เพราะต้องเดินไป-กลับราว&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร โดยเริ่มต้นจากที่ทำการ&nbsp;มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือตาม ทางหลวงหมายเลข&nbsp;3462&nbsp;บริเวณหลักกิโลเมตร&nbsp;3.5&nbsp;หรือจะเริ่มที่ กิโลเมตรที่&nbsp;6&nbsp;ก็ได้ทุ่งหญ้านี้กว้างใหญ่คล้ายทุ่งหญ้ามอสิงโตใน อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;เดิมเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านต่อมาชาวบ้านอพยพออกไปกลายเป็นทุ่งหญ้าที่มีสัตว์ป่ามาหากินอย่างชุกชุม&nbsp;โดยเฉพาะวัว และกระทิง ทางอุทยานฯจัดทำโป่งเทียมและหอดูสัตว์ไว้ด้วย</p>

<p><strong>แหล่งจระเข้น้ำจืด</strong>&nbsp;ห่างจากที่ทำการอุทยาน ฯ ประมาณ&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เข้าไปทางหมู่บ้านคลองผักขม&nbsp;&ndash;&nbsp;ทุ่งโพธิ์อีกประมาณ&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เป็นแหล่งจระเข้น้ำจืดซึ่งเหลือ เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย&nbsp;อยู่ในบริเวณห้วยน้ำเย็นที่มีวังน้ำขนาดใหญ่หลายแห่งซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น&nbsp;แหล่งอาศัยของจระเข้น้ำจืด แทบทั้งสิ้น</p>

<p><strong>อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ&nbsp;</strong>&nbsp;ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท&nbsp; ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท&nbsp;</p>

<p><strong>สิ่งอำนวยความสะดวก ที่พัก และสถานที่กางเต็นท์</strong></p>

<p>-&nbsp;<a href="http://park.dnp.go.th/visitor/accomodateshow.php?accomodateid=357">ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว</a></p>

<p>-&nbsp;<a href="http://park.dnp.go.th/visitor/accomodateshow.php?accomodateid=358">บริเวณกางเต็นท์</a></p>

<p>-&nbsp;<a href="http://park.dnp.go.th/visitor/accomodateshow.php?accomodateid=359">ร้านค้าสวัสดิการ</a></p>

<p>-&nbsp;<a href="http://park.dnp.go.th/visitor/accomodateshow.php?accomodateid=360">บ้านพักรับรอง</a></p>

<p>-&nbsp;<a href="http://park.dnp.go.th/visitor/accomodateshow.php?accomodateid=765">บริเวณลานกางเต็นท์</a></p>

<p>ร้านอาหาร -&nbsp;<a href="http://park.dnp.go.th/visitor/accomodateshow.php?accomodateid=764">ร้านค้าสวัสดิการ</a></p>

<p>อื่นๆ -&nbsp;<a href="http://park.dnp.go.th/visitor/accomodateshow.php?accomodateid=363">ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว</a></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>สถานที่ท่องเที่ยว</strong></p>

<table ms="" sans="" serif="">
	<tbody>
		<tr>
			<td width="25%">
			<p><a href="http://park.dnp.go.th/visitor/scenicshow.php?id=1334">น้ำตกทับซุง</a></p>
			</td>
			<td width="25%">
			<p><a href="http://park.dnp.go.th/visitor/scenicshow.php?id=1356">จุดสกัดลานหิน</a></p>
			</td>
			<td width="25%">
			<p><a href="http://park.dnp.go.th/visitor/scenicshow.php?id=385">น้ำตกปางสีดา</a></p>
			</td>
			<td width="25%">
			<p><a href="http://park.dnp.go.th/visitor/scenicshow.php?id=387">น้ำตกผาตะเคียน</a></p>
			</td>
		</tr>
		<tr>
			<td width="25%">
			<p><a href="http://park.dnp.go.th/visitor/scenicshow.php?id=388">น้ำตกถ้ำค้างคาว</a></p>
			</td>
			<td width="25%">
			<p><a href="http://park.dnp.go.th/visitor/scenicshow.php?id=389">น้ำตกทับเทวา</a></p>
			</td>
			<td width="25%">
			<p><a href="http://park.dnp.go.th/visitor/scenicshow.php?id=391">ลานหินดาด</a></p>
			</td>
			<td width="25%">
			<p><a href="http://park.dnp.go.th/visitor/scenicshow.php?id=401">น้ำตกแควมะค่า</a></p>
			</td>
		</tr>
		<tr>
			<td width="25%">
			<p><a href="http://park.dnp.go.th/visitor/scenicshow.php?id=1331">ทุ่งหญ้าบุตาปอด (โป่งกระทิง)</a></p>
			</td>
			<td width="25%">
			<p><a href="http://park.dnp.go.th/visitor/scenicshow.php?id=1250">จุดชมวิวกม 25</a></p>
			</td>
			<td width="25%">
			<p><a href="http://park.dnp.go.th/visitor/scenicshow.php?id=1333">ภูเขาเจดีย์</a></p>
			</td>
			<td width="25%">
			<p><a href="http://park.dnp.go.th/visitor/scenicshow.php?id=1332">อ่างเก็บน้ำพระปรง</a></p>
			</td>
		</tr>
	</tbody>
</table>

<p><strong>การเดินทาง</strong></p>

<p>รถยนต์&nbsp;&nbsp;การเดินทางโดยรถยนต์&nbsp; 1. จากกรุงเทพฯ ถึงอำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว ระยะทาง 256 กิโลเมตร จากอำเภอเมือง โดยสารรถประจำทางไปตามทางหลวงหมายเลข 3462 สายสระแก้ว - บ้านคลองน้ำเขียว ระยะทางประมาณ 27 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติปางสีดา&nbsp;&nbsp;เดินทางโดยรถไฟ&nbsp;&nbsp;2. สายตะวันออก กรุงเทพฯ-อรัญประเทศ เที่ยวแรกออกเวลา 06.00 น. เที่ยวสองออก 13.00 น. ถึงสถานีรถไฟสระแก้ว แล้วนั่งรถโดยสารจากอำเภอสระแก้วถึงที่ทำการอุทยานฯ ดังข้างบน</p>

<p>ที่อยู่&nbsp;: ตู้ ปณ. 55 ตำบลท่าแยก อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว 27000&nbsp;&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;: 0 3724 7948 , 08 1862 1511&nbsp;&nbsp;โทรสาร&nbsp;: 0 3724 7632&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sakaeo.prd.go.th/th/file/get/file/20220606267fe54e43ed9a2194534a7743eaa97b114631.jpg' type='image/jpg' length='93361' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สระแก้ว สระขวัญ]]></title>
<link>https://sakaeo.prd.go.th/th/content/category/detail/id/391/iid/99254</link>
<guid isPermaLink="false">beb00cd3e318a5d87de1538bd3177e01</guid>
<pubDate>Mon, 06 Jun 2022 11:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;">สระแก้ว สระขวัญ</p>

<p>สระแก้ว สระขวัญ เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญในอดีตของจังหวัดสระแก้ว เมื่อยุคหนึ่งเคยมีการนำน้ำจากทั้งสองสระนี้ไปใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ที่เชื่อกันว่าน้ำในสระนั้นเป็นน้ำบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อย้อนกลับไปในสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สระแก้ว สระขวัญได้ปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์ครานั้นเมื่อคราวพระองค์ยังคงดำรงยศเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้รับมอบหมายจากพระเจ้ากรุงธนบุรีให้เป็นแม่ทัพยกกองทัพไปตีกรุงกัมพูชา และได้มาพักทัพอยู่บริเวณนี้ โดยกองทัพได้อาศัยน้ำจากสระทั้งสองบริโภคและใช้สอย จึงได้พระราชทานนามให้สระนี้ว่า &ldquo;สระแก้ว สระขวัญ&rdquo; ปัจจุบันที่นี่คือแหล่งเก็บน้ำสำหรับทำน้ำประปาที่ใช้ในเขตเทศบาลเมืองสระแก้ว นอกเหนือไปจากการเป็น สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sakaeo.prd.go.th/th/file/get/file/20220606c00145219ad1ddff2a422c733d2e2aa8114223.jpg' type='image/jpg' length='56950' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[โครงการโรงเรียนกาสรกสิวิทย์]]></title>
<link>https://sakaeo.prd.go.th/th/content/category/detail/id/391/iid/99250</link>
<guid isPermaLink="false">34218f4ea01060d055aa4837cb153e2a</guid>
<pubDate>Mon, 06 Jun 2022 11:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;">โครงการโรงเรียนกาสรกสิวิทย์</p>

<p><strong>ความเป็นมา</strong>&nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานวโรกาสให้ นายสมจิตต์ และนางมณี อิ่มเอย น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินตำบลศาลาลำดวน อำเมืองเมือง จังหวัดสระแก้ว จำนวน 110-3-81 ไร่ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ เพื่อให้เป็นถานที่ฝึกกระบือให้สามารถทำการเกษตร และเป็นแหล่งที่ให้ผู้ที่สนใจได้เรียนรู้วัฒนธรรมการเกษตรท้องถิ่น และภูมิปัญญาชาวบ้าน รวมทั้งให้เกษตรกรได้เรียนรู้การใช้ชีวิตแบบพอเพียง วันอังคารที่ 13 มกราคม 2552 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงานโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ ในครั้งนั้นได้พระราชทานหญ้าสดแก่กระบือทรงเลี้ยง ทอดพระเนครบ้านพักปราชญ์ท้องถิ่นและการก่อสร้างบ้านดินในขึ้นตอนต่างๆ ทรงฟังบรรยายแนวทางและแผนการดำเนินงานด้านต่างๆ ของโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ อาทิเช่น การฝึกกระบือผู้เรียนรู้ การอบรมเกษตรกร การทำแปลงฝึกการไถนา การปลูกข้าว ทรงเยี่ยมราษฎร และได้มีรับสั่งให้มูลนิธิชัยพัฒนาสร้างห้องปฏิบัติการทางวิทยายาศาสตร์ขึ้น เพื่อทำการวิจัยในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบือ และอาหารของกระบือ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนารวบรมกระแสรับสั่งทั้งหมดมาดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนกาสรกสิวิทย์เสร็จเรียบร้อย และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ เมื่อวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2552 ในการเสด็จครั้งนี้ได้ทอดพระเนครการฝึกกระบือไถนา คราด และตีลูกทุบ ซึ่งเป็นการเตรียมดินสำหรับปลูกข้าว ทรงฟังบรรยายเรื่องหลักสูตรการฝึกกระบือและการดูแลกระบือ ทอดพระเนตรห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ นิทรรศการแสดงเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรแบบดั้งเดิม และทรงปล่อยปลาไทยลงในสระมะรุมล้อมรัก</p>

<p><strong>วัตถุประสงค์โครงการ</strong>&nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดตั้งโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ขึ้น เพื่อเป็นโรงเรียนสำหรับฝึกกระบือให้สามารถไถนาและทำงานด้านการเกษตรกรรม และสอนผู้ที่ตเองการใช้กระบือทำการเกษตรให้สามารถทำงานร่วมกับกระบือได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถดูแลกระบือให้มีสุขภาพแข็งแรง นอกจากนี้จะเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องวิถีชีวิต ความเป็นอยู่แบบพื้นบ้านที่เรียบง่าย และการใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย</p>

<p><strong>กิจกรรมที่ได้ดำเนินการในโรงเรียนกาสรกสิวิทย์</strong>&nbsp;1.การกอบรมเกษตรกรและการฝึกกระบือผู้เรียนรู้ โรงเรียนการสนกสิวิทย์มีปราชญ์ท้องถิ่น 6 คน เป็นหลักในการถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์การทำการเกษตร ให้เกษตรกร เยาวชน และประชาชนที่สนใจการใช้กระบือทำการเกษตร หลักสูตรการฝึกกระบือจากธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราดำริใช้เวลาทั้งสิ้น 15 วัน และหลักสูตรการฝึกอบรมนักเรียนระดับประถมศึกษา 3 วัน&nbsp; หลักสูตรการฝึกกระบือของโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ จะฝึกกระบือให้เชื่องและสามารถไถนาได้อย่างชำนาญ และฝึกเกษตรกรให้คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตร่วมกับกระบือ สามารถใช้อุปกรณ์ไถนาได้อย่างถูกต้อง ควบคุมกระบือให้อยู่ในคำสั่ง สามารถเลี้ยงและดูแลกระบือ มีความรู้ในการจัดการเรื่องหญ้าและอาหารเสริม นอกจากนี้จะเสริมความรู้ด้านการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ผสมผสาน และการใช้ชีวิตแบบพอเพียง 2. นิทรรศการ เป็นนิทรรศการแสดงเครื่องมือการทำนา มีโรงเรือนแสดงเครื่องมือและอุปกรณ์ ในการทำนาที่ใช้มากันตั้งแต่ดั้งเดิม ซึ่งทำขึ้นตามภูมิปัญญาชาวบ้าน อุปกรณ์ทุกชิ้นที่แสดงจะนำไปใช้ในการทำการเกษตรในพื้นที่โรงเรียน หลักจากนำไปใช้แล้ว จะทำความสะอาดเก็บเข้าที่เดิม เพื่อจัดแสดงต่อไป นับเป็นนิทรรศการที่มีชีวิต คือ กจะมีการเคลื่อนไหวและนำไปใช้จริง โดยสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียไปตลอดเวลา 3. การวิจัย เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2552 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมรารี ได้มีรับสั่งให้มูลนิธิชัยพัฒนาสร้างห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ขึ้นในโรงเรียนกาสรกสิวิทย์เพื่อทำการวิจัยในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบือ และอาหารของกระบือ 4. แปลงนา โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ มีแปลงนาจำนวน 8 แปลง เป็นแปลงนาดำ 4 แปลง นาหว่าน 4 แปลง ปลูกข้าวในระยะเวลาห่างกัน 1 เดือน เพื่อให้ได้เห็นข้าวในระยะต่างๆ ในช่วงระยะแรกนี้ จะปลูกข้าวสลับกับพืชหลังนา และพืชบำรุงดิน เพื่อให้ดินในแปลงนามีความอุดมสมบูรณ์ เป็นการหลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมี 5. สระมะรุมล้อมรัก มูลนิธิชัยพัฒนาได้ขุดสระน้ำมีพื้นที่ประมาณ 12 ไร่ ในบริเวณด้านหน้าของ โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2552 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงปล่อยปลาไทย 9 ชนิด จำนวน 905 ตัว ลงในสระมะรุมล้อมรัก บริเวณโดยรอบสระได้ทำดินเป็นขั้นบันได ปลูกหญ้าแฝก เพื่อป้องกันดินพังทลาย และได้ปลูกต้นไม้หลายชนิด โดยเฉพาะต้นมะรุมและต้นรัก ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ &ldquo;สระมะรุมล้อมรัก&rdquo; 6. ต้นไม้ที่ปลูกเพิ่มเติม ต้นไม้ที่ปลูกใหม่ในโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ จะเป็นต้นไม้ที่รับประทานได้ทั้งสิ้น ณ วันที่ 10 มีนาคม 2552 ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินเปิดโรงเรียนนั้น โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ได้ปลูกต้นไม้เพิ่มเติมไปแล้วทั้งสิ้น 50 ชนิด จำนวน 8,249 ต้น รวมทั้งต้นกระเบาจากวังสระปุทม ที่ได้ทรงปลูกเป็นสิริมงคลที่บริเวณหน้าสำนั้กงานของโรงเรียนด้วย ไม้ที่ปลูกมีทั้งไม้ผล สมุนไพร และตจ้นไม้ที่ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เช่น กระเบา มะรุม แค ขี้เหล็ก ชะอม ยอ มะดัน มะม่วง มะยม ชมพู่ ขนุน มะยงชิด มะปราง หว้า กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม อ้อย มะกอก กระวาน อบเชย ข่า ตะไคร้ ไผ่ เป็นต้น 7. บ้านดิน เป็นที่พักของผุ้เข้ารับการฝึกอบรม และวิทยากร และเป็นต้นแบบของที่อยู่อาศัย จริง เพื่อหาขนาดที่เหมาะสมกับจำนวนและสภาพของการพักอาศัย เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยต้นแบบของโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ ซึ่งเป็นแบบที่ผู้เข้ารับการฝึกสามารถกลับไปปลูกสร้างเองดได้โดยใช้วัสดุภายใตนท้องถิ่นนั้นๆ</p>

<p>ที่ตั้ง&nbsp;: 999 ตำบลศาลาลำดวน อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว</p>

<p>โทรศัพท์&nbsp;: 037-244-615, 037-244-657, 088-289-1299</p>

<p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a href="http://www.kasorn.com/">http://www.kasorn.com</a></p>

<p>Facebook&nbsp;:&nbsp;<a href="https://www.facebook.com/kasorn.999/">โครงการโรงเรียนกาสรกสิวิทย์</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://sakaeo.prd.go.th/th/file/get/file/20220606fc47bf382139b8d69a26ec901aaf4557113811.png' type='image/png' length='634923' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ศาลหลักเมือง สระแก้ว]]></title>
<link>https://sakaeo.prd.go.th/th/content/category/detail/id/391/iid/99243</link>
<guid isPermaLink="false">3fd09e80b9c44924e64385b371030cdf</guid>
<pubDate>Mon, 06 Jun 2022 11:30:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ศาลหลักเมือง สระแก้ว</p>

<p>ตั้งอยู่ภายในปริมณฑลสวนกาญจนาภิเษกมีลักษณะเป็นปรางค์ฟ้าองค์ที่มีทางเดินเชื่อมถึงกันโดยเสาหลักเมืองอยู่ในปรางค์ องค์ตรงกลาง ศาลหลักเมือง แห่งนี้เกิดจากความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ในการจัดสร้าง ศาลหลักเมืองประจำจังหวัดสระแก้วขึ้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชการที่ 9 และเป็นศูนย์รวมขวัญ กำลังใจ ความรักสมัครสมานสามัคคีในหมู่พสกนิกรชาวสระแก้ว โดยการ ดำเนินการเบื้องต้น ได้คัดเลือกต้นชัยพฤกษ์ที่มีคุณลักษณะต้องตามโบราณราชประเพณี ขนาดเส้นรอบวงที่โคนต้น 120 นิ้ว สูง 229 นิ้ว อยู่มู่ที่ 1 ตำบลแชร์ออ อำเภอวัฒนานคร ได้กระทำพิธีมัดพลีบวงสรวงรุกขเทวดา เมื่อวันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2538 เวลา 10.00 น. หลังจากนั้น ได้ทำการแกะสลักเป็นเสาหลักเมือง ขนาดสูง 14 นิ้ว โดยหลวงพ่อโง่น โสรโย แห่งวัดพระพุทธบาทเขารวก อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร และเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2539 เวลา 17.00 น. การก่อสร้างศาลหลักเมืองได้ฤกษ์ ดำเนินการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2538 โดยสร้างตามแบบมาตรฐาน ของกองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ประกอบด้วยปรางค์องค์ใหญ่ ขนาดฐาน 6.60 เมตร สูง 19.10 เมตร เป็นปรางค์สี่ทิศ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sakaeo.prd.go.th/th/file/get/file/202206062d7aec277c9b4c3d2a14163c9dc71015113159.jpg' type='image/jpg' length='87509' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดนครธรรม]]></title>
<link>https://sakaeo.prd.go.th/th/content/category/detail/id/391/iid/99239</link>
<guid isPermaLink="false">44d1dd3adcbe2ee354e8b85856805e79</guid>
<pubDate>Mon, 06 Jun 2022 11:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วัดนครธรรม</p>

<p>วัดนี้เป็นวัดโบราณเก่าแก่วัดหนึ่ง ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจคือ หลวงพ่อขาวหรือ หลวงพ่อปูน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปโบราณนั่งขัดสมาธิสร้างด้วยปูนขาวจากหนองดินจี่ที่มีอายุ เก่าแก่กว่า 100 ปี&nbsp; พระพุทธรูป หน้าตักกว้าง 130.9 เซนติเมตร และ สูง 199 เซนติเมตร หลวงพ่อขาวหรือหลวงพ่อปูน มีชื่อเสียงด้านอภินิหาร ความศักดิ์สิทธิ์</p>

<p>โดยเมื่อครั้งที่ได้อัญเชิญหลวงพ่อขาวจากวัดร้างบ้านจิกในปี พ.ศ. 2468 ในขณะอัญเชิญ มีปรากฏการณ์อัศจรรย์เกิดขึ้น พระภิกษุสงฆ์ได้เห็นน้ำพระเนตรของหลวงพ่อขาวไหลออกมาอย่างชัดเจน&nbsp; พร้อมกับมีฝนตกลงมาอย่างหนัก จึงเป็นเรื่องกล่าวขานถึงอภินิหารของหลวงพ่อขาวมาจนปัจจุบัน ทางวัดนครธรรม เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมสักการะทุกวันไม่มีวันหยุด</p>

<ul>
	<li>หลวงพ่อขาว พระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี เป็นพระพุทธรูปโบราณนั่งขัดสมาธิสร้างด้วยปูนขาว (ซึ่งเป็นดินขาวจากหนองดินจี่) พระพุทธรูป หน้าตักกว้าง 130.9 เซ็นติเมตร สูง 199 เซ็นติเมตร มีชื่อเสียงด้านความศักดิ์สิทธิ์ โดยได้อัญเชิญหลวงพ่อขาวจากวัดร้างบ้านจิก มาเมื่อ พ.ศ.2468 ในขณะอัญเชิญมีปรากฏการณ์อัศจรรย์เกิดขึ้น พระภิกษุสงฆ์ได้เห็นน้ำพระเนตรของหลวงพ่อขาวไหลออกมาอย่างชัดเจน พร้อมกับมีฝนตกลงมาอย่างหนัก</li>
	<li>พระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากวัดปมะดุลลาราชะมหาวิหาร เมืองรัตนปุระ ประเทศศรีลังกา รอยพระพุทธบาทจำลองและพระสยามเทวาธิราช พระบรมสารีริกธาตุ ในประเพณีแห่พระบรมสารีริกธาตุช่วงตรุษจีน จะมีการอันเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานบนบุษบกด้านหน้าหลวงพ่อขาว ภายในวิหาร ให้ประชาชนได้สักการะเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน พระบรมสารีริกธาตุองค์นี้ พระครูวัฒนานครกิจ อดีตเจ้าอาวาสได้อัญเชิญมาจาก วัดเปมะดุลลราชะมหาวิหาร เมืองรัตนปุระ ประเทศ ศรีลังกา เมื่อ พ.ศ. 2535</li>
</ul>

<p><strong>การเดินทาง</strong></p>

<p><strong>โดยรถยนต์&nbsp;</strong>&nbsp;จากสี่แยกวัฒนานคร ใช้ทางหลวงหมายเลข3395 ไปทางอ.คลองหาดประมาณ1กิโลเมตร ถึงวัด&nbsp;<strong>รถโดยสารประจำทาง&nbsp;</strong>&nbsp;กรุงเทพฯ-อรัญประเทศ&nbsp; ลงที่อำเภอวัฒนานคร&nbsp; ต่อรถตุ๊ก ๆ เข้าวัดประมาณ 900 เมตร รถไฟ กรุงเทพฯ-อรัญประเทศ ลงที่สถานีวัฒนานคร ต่อรถตุ๊ก ๆ เข้าวัดประมาณ 800 เมตร</p>

<p><strong>ที่ตั้ง</strong>&nbsp;: ตำบลวัฒนานคร อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sakaeo.prd.go.th/th/file/get/file/2022060610bd3792c199bc242300eda04c74c684112849.png' type='image/png' length='441597' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง]]></title>
<link>https://sakaeo.prd.go.th/th/content/category/detail/id/391/iid/99234</link>
<guid isPermaLink="false">3f6e707da2bb8df265045f0a5edb68ba</guid>
<pubDate>Mon, 06 Jun 2022 11:23:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง</strong></p>

<p>ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยคล้ายเพชรประดับมุก อากาศในถ้ำถ่ายเทเย็นสบาย มีไฟฟ้าแสงสว่างภายในถ้ำ มีห้องโถงสำหรับถ่ายภาพ 4 จุด ได้แก่ ประตูสู่ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง ห้องโถงอุโมงค์ใหญ่ ห้องมุกประดับเพชร และประตูสู่ปราสาทถ้ำ นักท่องเที่ยวสามารถศึกษาพืชสมุนไพรและพันธุ์ไม้หายาก เช่น ต้นโมกราชินี กวาวเครือ สลัดได บนเส้นทางเดินป่าระยะทาง 300 เมตร มีฝูงค้างคาว และลิงป่าอาศัยอยู่ใกล้ถ้ำ เส้นทางเดินจากเชิงเขาไปสู่ทางเข้าถ้ำเพชรโพธิ์ทองนั้นจัดว่าได้รับการปรับแต่งให้เดินได้สะดวกอยู่พอสมควร สำหรับถ้ำเพชรโพธิ์ทองนั้น จัดว่าเป็นถ้ำขนาดกลางลวดลายบนผนังของถ้ำซึ่งเกิดขึ้นจากน้ำที่ขังตามธรรมชาติ อยู่ในแอ่งด้านบนเขา เกิดเป็นสนิมซึมผ่านทะลุผนังออกมาเป็นดวงๆ คล้ายใบโพธิ์จึงกลายมาเป็นที่มาของชื่อถ้ำเพชรโพธิ์ทอง ส่วนด้านในสุดในห้องสุดท้ายจะพบกับหินงอกที่มีลักษณะคล้ายพระพุทธรูปชาวบ้านเรียกกันว่าเป็นที่ชุมนุมของเทวดา จึงมีผู้ที่ศรัทธามาขอพรกันมาก</p>

<p><strong>การเดินทาง</strong></p>

<p>จากอ.คลองหาด ใช้ทางหลวงหมายเลข 3395 ไปทาง จ.จันทบุรีประมาณ 4.5 กิโลเมตร ก่อนถึงวัดเขาเลื่อมพบทางแยกซ้าย ให้เลี้ยวเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร ถึงลานจอดรถ</p>

<p><strong>สิ่งอำนวยความสะดวก</strong>&nbsp;1.มีชาวบ้านเป็น อปพร. (อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน)คณะกรรมการหมู่บ้าน คอยดูแล ความปลอดภัย 2.ไฟฟ้าแสงสว่างภายในถ้ำ 3.รถยนต์เข้าถึงบริเวณหน้าถ้ำ</p>

<p>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อบต.คลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว</p>

<p>โทร. 037-445147, 089-8006118, 089-8098806</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sakaeo.prd.go.th/th/file/get/file/202206067dd9c76ab1d05fa4a1a562833fe0a260112612.png' type='image/png' length='587827' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สกายวอร์ควัดเขาสิงโต]]></title>
<link>https://sakaeo.prd.go.th/th/content/category/detail/id/391/iid/99230</link>
<guid isPermaLink="false">ebbcda104e141dc841686ed3185709cb</guid>
<pubDate>Mon, 06 Jun 2022 11:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>สกายวอร์ควัดเขาสิงโต</strong>&nbsp;<strong>จุดชมวิว 360 องศา</strong></p>

<p>เขาสิงโตเป็นภูเขาลูกเตี้ย ๆ อยู่ติดกับบริเวณวัดเขาสิงโตด้านทิศเหนือสูงประมาณ 250 เมตร ด้านล่างมีถ้ำวังนาคา ด้านบนยอดเขามีรอยพระพุทธบาท พระครูประโชติ สีหบรรพต เจ้าอาวาสวัดเขาสิงโต ได้ร่วมกับคณะกรรมการฯ ญาติโยม กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก้ง สร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้น โดยทำบันไดทางขึ้นจนถึงยอดเขา และจัดทำสกายวอร์ค (sky walk) บนยอดเขาซึ่งเป็นแห่งแรกของภาคตะวันออก สามารถชมวิวได้ 360 องศา เมื่อขึ้นถึงยอดเขาเคาะระฆัง 3 ครั้ง และสั่นกระดิ่ง เมื่อขึ้นไปถึงจะพบธงหลากสีคือธงฉัพพรรณรังษี ที่เป็นธงพระพุทธศาสนาสากล มีทั้งหมด 6 สี คือ แถบที่ 1 สีน้ำเงิน แถบที่ 2 สีเหลือง แถบที่ 3 สีแดง แถบที่ 4 สีขาว แถบที่ 5 สีแสด ส่วนแถบสุดท้ายหรือแถบสีประภัสสร เป็นแถบสีที่เกิดจากการนำแถบสีทั้ง 5 สีแรกในตอนต้นมาเรียกลำดับใหม่ในแนวนอน นอกจากนี้ ด้านบนสกายวอร์คมีเจ้าหน้าที่กำกับดูแลความปลอดภัยให้เข้าไปได้ครั้งละ 5 คน เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว</p>

<p>&nbsp;<a href="https://goo.gl/maps/FqKzrTEpDFA2" target="_blank">วัดเขาสิงโต ตำบลบ้านแก้ง อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://sakaeo.prd.go.th/th/file/get/file/20220606fc47bf382139b8d69a26ec901aaf4557111920.png' type='image/png' length='490486' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ละลุ]]></title>
<link>https://sakaeo.prd.go.th/th/content/category/detail/id/391/iid/4396</link>
<guid isPermaLink="false">ba9ae2828a40cae9674bd8671b1edf8f</guid>
<pubDate>Wed, 18 Nov 2020 10:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ละลุ</p>

<p>&ldquo;ละลุ&rdquo; เป็นภาษาเขมร แปลว่า &ldquo;ทะลุ&rdquo; มีพื้นที่กว้างกว่า 2,000 ไร่ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ละลุเกิดจากน้ำฝนกัดเซาะยุบตัวหรือพังทลายของดิน เนื่องจากสภาพดินแข็งจะคงอยู่ไม่ยุบตัวเมื่อถูกลมกัดกร่อน จึงมีลักษณะเป็นรูปต่าง ๆ มองคล้ายกำแพงเมือง หน้าผาบ้างมีลักษณะเป็นแท่งๆ จึงทำให้ละลุมีความสวยงาม และแปลกตาแตกต่างกันตามจินตนาการของแต่ละคน</p>

<p>ในทุก ๆปี ละลุจะเปลี่ยนรูปร่างของมันไปเรื่อย ๆ ตามแต่ลมและฝนที่ช่วยกันตกแต่งชั้นดิน และในบางพื้นที่ ก็จะมีละลุที่มีสีน้ำตาลทองตัดกับสีเขียวสดของต้นข้าวกลางพื้นที่ทำนาของชาวบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่สวยงามมาก จนได้รับขนานนามว่าเป็นแกรนด์แคนยอนของเมืองไทยเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวที่สนใจอยากชมปรากฏการณ์ธรรมชาติละลุจะต้องจอดรถไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันการยุบตัวและเสียหาย จากการขับรถเข้าไปเอง แต่จะมีการให้บริการรถอีแต๊กของศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อเข้าไปชมละลุและจะมีมัคคุเทศก์ท้องถิ่น รวมถึงยุวมัคคุเทศก์มาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของละลุอีกด้วย</p>

<p><strong>กิจกรรมที่น่าสนใจ /แหล่งท่องเที่ยว / เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน</strong>&nbsp;- ปั่นจักรยาน นั่งรถอีแต๋นชมละลุและวิถีชุมชน เช่น ทำนา ทำไร่พริก เกษตรตามทฤษฎีเกษตรพอเพียง บ่อปลา - เดินป่งท่องไพรชม 2 อุทยานฯ (อุทยานแห่งชาติปางสีดาและอุทยานแห่งชาติตาพระยา) ช่วงตุลาคม - พฤษภาคม - ชมฝูงไก่ป่านับร้อยที่วัดป่าหนองผักแว่น - ชมการแสดงผักพื้นบ้านของนักเรียนรในชุมชน เช่น การแสดงโปงลาง รำวงพื้นบ้าน บายศรีสู่ขวัญ - ท่องเที่ยวเชิงนิเวศในเขตอุทยานแห่งชาติตาพระยาและอุทยานแห่งชาติปางสีดา เช่น ช่วงเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน ชมฝูงนกอ้ายงั่วและนกน้ำ นานาชนิดใน &quot;เทศกาลดูนกน้ำ ตามเส้นทางนกงู&quot; ณ อ่างเก็บน้ำพระปรง อำเภอวัฒนนคร จังหวัดสระแก้ว หรือช่วงเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม ของทุกปี ชมความสมบูรณ์ของป่าไม้ในงานเทศกาลดูผีเสื้อที่ปางสีดา อุทยานแห่งชาติปางสีดา อ.เมือง จ.สระแก้ว</p>

<p>ที่ตั้ง&nbsp;: บ้านเนินมะขามและบ้านคลองยาง ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว</p>

<p><strong>ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่</strong>&nbsp;คุณรำไพ โคตรประทุม ประธานกลุ่มละลุโฮมสเตย์ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ม.12 บ้านคลองยาง ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว โทร. 0 3724 9708-9, 08 9098 0772</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sakaeo.prd.go.th/th/file/get/file/202206067dd9c76ab1d05fa4a1a562833fe0a260110616.png' type='image/png' length='446431' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดโรงเกลือ]]></title>
<link>https://sakaeo.prd.go.th/th/content/category/detail/id/391/iid/4397</link>
<guid isPermaLink="false">3b0c26f63d4203086d750530839e031a</guid>
<pubDate>Wed, 18 Nov 2020 10:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ตลาดโรงเกลือ</p>

<p>หรือตลาดชายแดนบ้านคลองลึก ตั้งอยู่ในเขตอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ใกล้กับด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ-ปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา เป็นตลาดการค้าชายแดนภาคตะวันออกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ที่นี่เป็นแหล่งช้อปปิ้ง ปลีก-ส่ง สินค้ามือสองที่มี ชื่อเสียง มาช้านาน ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวนับพันนับหมื่นคนมาจับจ่ายสินค้าแบรนด์เนม ราคาถูก คุณภาพดี ที่มาจากทั่วทุกมุมโลก ปัจจุบัน ตลาดโรงเกลือมีการปรับปรุงด้านความสะอาด รวมทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวเดินจับจ่ายสินค้าได้อย่าง สบายใจ นอกจากนี้ ภายในบริเวณตลาดโรงเกลือ ยังมีศูนย์การค้าในร่ม สร้างใหม่ ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า &ldquo;โกลเด้น เกต พลาซ่า&rdquo; หรือตลาดมิตร ภาพชายแดน เป็นศูนย์รวมสินค้านานาชนิด ภายใต้การจัดระเบียบที่ดี ง่ายต่อการเดินเลือกซื้อสินค้า เนื่องจากร้านค้าในพลาซ่านั้นจัดเรียงอย่างเป็น หมวดหมู่อยู่ภายในตลาดที่มีหลังคากันแดดกันฝน</p>

<p>นักท่องเที่ยวจึงต้องใช้เวลานานหากต้องการจะเลือกซื้อของได้ทั่วทั้งตลาด ด้วยเหตุนี้จึงมีการบริการ ให้เช่าจักรยานสำหรับให้นักท่องเที่ยวขี่ภายใน ตลาด และมีบริการรถลากของ ราคาแล้วแต่ตกลง</p>

<p>ตลาดโรงเกลือ ประกอบไปด้วยตลาดย่อย 5 ตลาด ได้แก่ &nbsp;ตลาดโกลเด้นเกต จะมีร้านจำหน่ายคละสินค้า คละร้านกันไป ทั้งสินค้ามือหนึ่งและมือสอง ด้วยสินค้าที่หลากหลาย จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนตลอดทั้งวัน ตลาดโรงเกลือใหม่ น้นขายกระเป๋าแฟชั่น กระเป๋าถือ กระเป๋าแบรนด์เนม หลากหลาย ตลาดโรงเกลือเก่า เน้นขายสินค้ามือสอง สภาพสวย สภาพดี สินค้าขายส่ง ตลาดเดชไทย เป็นตลาดเกี่ยวกับรองเท้าส่วนใหญ่ รองเท้าใหม่และเก่า รับซ่อม รองเท้าทหาร รองเท้าแฟชั่น รองเท้ามือสอง รองเท้าผ้าใบ และสินค้าต่างๆอีกมากมาย ทั้งราคาปลีก และราคาส่ง ตลาดเบญจวรรณ เน้นขายสินค้ามือหนึ่ง ราคาส่งจากโรงงาน เป้ กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า สินค้าส่วนใหญ่&nbsp;</p>

<p>การเดินทาง</p>

<p>จากตัวเมืองอรัญฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 33 ไปทางชายแดนประมาณ 5.5 กม. ผ่านสถานีตำรวจภูธรคลองลึก ก่อนถึงสามแยกเข้าตลาดให้เลี้ยวซ้าย ประมาณ 200 เมตร ตลาดจะอยู่ทั้งขวามือและซ้ายมือ</p>

<p>&nbsp; 449-450 ถนนกิโลเมตรที่ 5 ฝั่งซ้าย ตำบลอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว</p>

<p>โทรศัพท์ 0 3723 0144-5, 08 1319 3795, 08 1433 5920</p>

<p>โทรสาร 0 3723 0143</p>

<p>&nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sakaeo.prd.go.th/th/file/get/file/2022060610bd3792c199bc242300eda04c74c684104739.png' type='image/png' length='529044' />
</item>
</channel>
</rss>
